ประชาสัมพันธ์

รีโค่ ยัง ดีไซเนอร์ เปิดเวทีชวนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ประชันไอเดียรักษ์โลก ด้วยแนวคิด “Life is Play: Show Your Passion”



กรุงเทพ ฯประเทศไทย – 11 พฤศจิกายน 2558 : ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสภาพแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของมนุษย์และสิ่งมีชีวิต อินโดรามา เวนเจอร์ส หนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจรีไซเคิลพลาสติกชั้นนำระดับโลก จึงมุ่งหาแนวทางในการลดขยะจากภาคอุตสาหกรรมและวิธีการนำขยะกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง ด้วยการกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่หันมาช่วยกันลดการใช้พลาสติก ทำให้เกิดการใช้ซ้ำและการนำกลับมาใช้ใหม่ต่อไป

มร.ริชาร์ด โจนส์ รองประธาน บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชนกล่าวว่า เพื่อตอบสนองต่อแนวคิดหลักขององค์กรในการลดขยะจากภาคอุตสาหกรรม และการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ จึงได้ริเริ่มโครงการประกวดการออกแบบ รีโค่ ยัง ดีไซเนอร์ (RECO Young Designer) เวทีการประกวดที่เปิดโอกาสให้กลุ่มนักศึกษาและดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ได้ปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ออกมาในผลงานด้านแฟชั่นและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ โดยใช้PET หรือโพลีเอสเตอร์เป็นวัสดุหลัก ซึ่งโครงการฯ ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักศักษาและดีไซเนอร์รุ่นใหม่มาอย่างต่อเนื่อง

เวทีประกวดการออกแบบรีโค่ ยัง ดีไซเนอร์ ประจำปี 2559 (RECO Young Designer 2016) ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ภายใต้คอนเซ็ปต์การใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน “Life is Play: Show Your Passion” โดยมุ่งหวังให้นักออกแบบสามารถสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นประโยชน์ด้วยวัสดุรีไซเคิล นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมการประกวดฯ ยังจะได้รับความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่ จากกูรูที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการการออกแบบซึ่งจะร่วมเป็นคณะกรรมการอีกด้วย อาทิ อาทิ คุณเล้ง อดิศักดิ์ โรจน์ศิริพันธ์ เจ้าของแบรนด์ Zenithorial ผศดร. สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์ปฎิบัติการออกแบบจากเศษวัสดุ (Scrap Lab)  สาขาวิชาเทคโนโลยีทางอาคาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคุณมาริส คราส ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ จากร้าน Another Story เป็นต้น

นางสาว ธัญรัชต์ บรมวงศ์ไพศาล นักศึกษาคณะออกแบบเครื่องแต่งกาย มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศสาขาการออกแบบแฟชั่น ประจำปี 2558 เจ้าของผลงาน “the beauty of imperfection” กล่าวว่า รีโค่ ยัง ดีไซเนอร์ เป็นเวทีการประกวดที่ให้อิสระในการออกแบบเต็มที่กับผู้เข้าแข่งขัน แต่ยังมีความท้าทายจากการใช้วัสดุ PET หรือ โพลีเอสเตอร์ในการออกแบบผลงาน ซึ่งกระตุ้นให้มีความสนุกสนานในการออกแบบมากขึ้น นอกจากนี้ตลอดการแข่งขันยังผู้มีเชี่ยวชาญในวงการการออกแบบมาคอยให้คำแนะนำในการทำ Workshop ตลอดทั้งโครงการ จึงทำให้ได้ฝึกฝนตนเองในแนวคิดใหม่และได้สัมผัสถึงการทำงานของคนในวงการจริงๆ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากอินโดรามา เวนเจอร์ส ที่พร้อมให้ความรู้เบื้องต้นของวัสดุหรือเทคนิคใหม่ๆ ในการนำเอาวัสดุมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

โครงการประกวดการออกแบบรีโค่ ยัง ดีไซเนอร์ เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่มีใจรักการออกแบบ จึงอยากเชิญชวนเพื่อนๆ นักออกแบบทุกคน ลองเปิดโอกาสให้ตนเองได้เข้ามาหาความรู้และประสบการณ์เพื่อการพัฒนาตัวเองและที่สำคัญยังได้มีโอกาสทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในวงการการออกแบบทั้งด้านแฟชั่นและผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะเป็นทั้งความท้าทายและความสนุกสนานตลอดระยะเวลาที่ได้ร่วมโครงการอย่างแน่นอน

ด้านผศดร. สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์ปฎิบัติการออกแบบจากเศษวัสดุ (Scrap Lab) สาขาวิชาเทคโนโลยีทางอาคาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินตั้งแต่เริ่มการประกวดในปีแรก ทำให้เห็นถึงพัฒนาการของนักศึกษาและดีไซเนอร์รุ่นใหม่ของไทยซึ่งมีความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ตลอดระยะเวลาทั้งห้าปี จึงคาดหวังว่าผู้เข้าแข่งขันในปีนี้จะเตรียมพร้อมทั้งความรู้ ความสามารถ แนวคิดที่แปลกใหม่ มาแสดงให้คณะกรรมการและประชาชนทั่วไปได้เห็นถึงศักยภาพของดีไซเนอร์ไทยได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะเวทีนี้นับเป็นประตูหนึ่งที่จะช่วยผลักดันสู่ความเป็นมืออาชีพและก้าวสู่การนำผลงานเข้าสู่ตลาดธุรกิจได้ในอนาคต

สำหรับการประกวดออกแบบ รีโค่ ยัง ดีไซเนอร์ ประจำปี 2559 (RECO Young Designer 2016) ได้เปิดโอกาสให้แก่นักศึกษาและกลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุตั้งแต่ 17 - 35 ปี เข้าร่วมสร้างสรรค์ผลงานรักษ์โลกภายใต้คอนเซ็ปต์การใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน “Life is Play: Show Your Passion” ซึ่งแบ่งเป็น 2สาขา ได้แก่ สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ และสาขาออกแบบแฟชั่น ด้วยผลิตภัณฑ์ PET หรือ โพลีเอสเตอร์ใช้แล้วเป็นวัสดุในผลงานสร้างสรรค์ที่สามารถใช้งานได้จริง โดยผู้ชนะการแข่งขันจะได้รับรางวัล ดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลชนะเลิศมูลค่า 100,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับสองได้รับเงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขัน สามารถเข้าชมได้ที่ www.indoramaventures.com และwww.facebook.com/recoyoungdesigner 


           

มูลนิธิอิออนประเทศไทย ร่วมสร้างรอยยิ้ม



เมื่อเร็วๆนี้ คุณยาซูฮิโกะ คอนโดะ (ซ้ายประธานกรรมการมูลนิธิอิออนประเทศไทย ร่วมกับ คุณสุพร วัธนเวคิน(กลางรองประธานกรรมการมูลนิธิอิออนประเทศไทย บริจาคเงินมูลค่า 1,000,000 บาท ให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เป็นปีที่ 2  ในโครงการ Bright Smiles & Happy Hearts เพื่อช่วยเพิ่มรอยยิ้มแก่เด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ทั่วประเทศ โดยมีคุณเควิน เจ บูเว่ส์ (ขวาประธานกรรมการมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เป็นผู้รับมอบ

แซนดิสก์ ขยายสู่ตลาดค้าปลีก SSD ในประเทศไทย





นำเสนอสมาชิกใหม่สู่ตลาดอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลด้วย SSD แบบติดตั้งในตัวเครื่องและแบบพกพารุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมประสิทธิภาพระดับโลก


ประเทศไทย, 28 ตุลาคม 2558 - แซนดิสก์ คอร์เปอเรชั่น (NASDAQ: SNDKผู้นำด้านโซลูชั่นอุปกรณ์การเก็บข้อมูลแบบแฟลช ก้าวสู่ตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ SSD สำหรับผู้บริโภคในตลาดค้าปลีกพร้อมเปิดตัว SSD รุ่นใหม่ล่าสุดในกลุ่ม SSDแบบพกพา ไม่ว่าจะเป็นรุ่น SanDisk Extreme 500 ในขนาดเล็กสะดวกต่อการพกพา หรือรุ่น SanDisk Extreme 900 ซึ่งเป็น SSD แบบพกพา ในรูปแบบ Type C ที่เร็วที่สุดในโลก รวมถึงรุ่น SSD Plus ไดร์ฟ SSD 2.5 นิ้ว รุ่นใหม่ ซึ่งให้ความคุ้มค่าต่อเงินของผู้บริโภคด้วยความเร็วขึ้นกว่าฮาร์ดดิสก์เดิมสูงสุดถึง 23 เท่า ที่จะมาช่วยให้ชีวิตใหม่แก่คอมพิวเตอร์ตัวเดิม***

แซนดิสก์พร้อมนำเสนอโซลูชั่นใหม่ๆ ตลอดมา โดยล่าสุดได้ขยายตัวสู่นวัตกรรมใหม่ที่ครอบคลุมสู่กลุ่ม SSD เพื่อตอบสนองสู่ความต้องการอันหลากหลายของผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊คที่ต้องการความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่กลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งชำนาญด้านเทคโนโลยีที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มีความเร็วมากขึ้นเพื่อรองรับเกมส์ใหม่ๆในปัจจุบัน  หรือแม้แต่กลุ่มผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์โดยทั่วไปหรือสื่อมวลชนที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้งานด้านสื่อมัลติมีเดียและโปรแกรมด้านธุรกิจต่างๆ

ด้วยความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชมากว่า 27  ปี แซนดิสก์จึงมีองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมที่แข็งแกร่งอย่างมาก แซนดิสก์ได้เริ่มผลิตผลิตภัณฑ์กลุ่ม SSD มาตั้งแต่ปี 1991 จนถึงปัจจุบัน โดยได้คิดค้นและจดสิทธิบัตรด้านนวัตกรรมมาจำนวนมาก4  ซึ่งรวมไปถึงเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลเทคโนโลยีใหม่แบบ  3D Memory แซนดิสก์นับเป็นผู้นำในกลุ่มอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช ซึ่งรวมถึงการมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม SSD ที่หลากหลายมากที่สุด ไม่ว่าจะเพื่อเสริมประสิทธิภาพของเซิฟเวอร์ในศูนย์จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ รวมไปถึงลูกค้ากลุ่ม SSD รายย่อย แซนดิกส์จึงเป็นบริษัทที่ทำการผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้  โดยเมื่อเร็วๆนี้ แซนดิกส์ได้เปิดโรงงานแห่งใหม่ซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกในวงการอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มีการผลิต SSD แบบครบวงจร โดยการรวบรวมทุกกระบวนการผลิตไว้ในที่เดียวกัน จึงสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างแท้จริง

เจษฎา ภวภูตานนท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย แซนดิสก์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่ม SSD กำลังกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยคุณสมบัติเด่นในการเข้าถึงข้อมูลและการบูทเครื่องที่เร็วกว่า แต่กลับใช้พลังงานที่น้อยกว่า จึงไม่เพียงเหมาะแก่การใช้กับโน้ตบุ๊คเท่านั้นแต่ยังรวมถึงผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านหรือใช้เพื่อการเล่นเกมส์ ที่ต่างเริ่มหันมาใช้ SSD เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สูงขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มช่างถ่ายภาพและช่างถ่ายวิดีโอมืออาชีพ รวมถึงผู้ทำงานด้านกราฟฟิกต่างๆ ที่ต้องการความรวดเร็วในการโอนถ่ายไฟล์ขนาดใหญ่ ซึ่งด้วยความแข็งแกร่งและหลากหลายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ SSD ของแซนดิสก์ ทำให้เราสามารถนำเสนอโซลูชั่นที่ดีที่สุดของSSD สู่กลุ่มต่างๆ ในท้องตลาดได้อย่างครอบคลุม

ผลิตภัณฑ์กลุ่ม SSD สำหรับตลาดค้าปลีก ในปัจจุบัน ประกอบด้วย รุ่น SanDisk® SSD PLUS, SanDisk Ultra® II SSDและ SanDisk Extreme® Pro SSD ซึ่งใช้สำหรับติดตั้งภายในตัวเครื่อง นอกจากนี้ยังมีรูปแบบพกพาและใช้ภายนอกตัวเครื่องซึ่งอยู่ในกลุ่ม SSD แบบพกพา ในซีรี่ย์ของ SanDisk Extreme®

SSD แบบพกพา รุ่น SanDisk Extreme 900 - SSD แบบพกพารุ่นใหม่ พร้อมประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในโลกปัจจุบัน
SSD แบบพกพา รุ่น SanDisk Extreme 900 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความจุของข้อมูลโดยสามารถจัดเก็บได้สูงสุด 1.92 TB* และยังทำงานได้เร็วกว่าฮาร์ดดิสก์1พกพาโดยทั่วไปสูงสุด 9 เท่าตัว ผู้ใช้งานจึงสามารถทำงานได้อย่างง่ายดายแม้จะมีวิดีโอความละเอียด 4K มีการถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงหรือการสร้างผลงานกราฟฟิกที่มีไฟล์ขนาดใหญ่

นอกจากนี้ SSD แบบพกพา รุ่น  SanDisk Extreme 900 ยังมีขนาดที่สะดวกในการพกพาและมีความคงทนจากกรอบอะลูมิเนียม ผู้ใช้งานจึงสามารถพกพาไปได้ทุกที่อย่างสะดวกสบาย โดยมีคุณสมบัติด้านการเข้าถึงหรือแชร์ไฟล์ดิจิตอลขนาดใหญ่ได้เพียงไม่กี่วินาทีด้วยความเร็วสูงสุด 850 MB/วินาที** จึงช่วยลดเวลาในการทำงาน ผู้ใช้สามารถเร่งทำงานตามแผนได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลถึงขนาดไฟล์ นอกจากนี้ยังมีสาย USB Type-C และ Type-A เพื่อความยืดหยุ่นด้านการทำงานในแต่ละระบบ

SanDisk Extreme 500 Portable SSDs พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั่วโลก ด้วยความจุขนาด 120 GB, 240 GB และ 480 GBในราคา 4,500 บาท 7,000 บาท และ 11,500 บาท ตามลำดับ สำหรับพร้อมการรับประกัน 3 ปี

SSD แบบพกพา รุ่น SanDisk Extreme 500 – ขนาดกะทัดรัดแต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ
SSD แบบพกพา รุ่น SanDisk Extreme 500 มีขนาดที่เล็กเพียงครึ่งหนึ่งของสมาร์ทโฟน แต่มาพร้อมความเร็วที่สูงกว่าฮาร์ดดิสก์1พกพาทั่วไป สูงสุด 4 เท่าตัว ซึ่งผู้ใช้สามารถถ่ายโอนไฟล์วิดีโอหรือภาพได้ด้วยความเร็วสูงสุด 415MB/วินาที** โดยให้ความจุสูงถึง 480 GB* แต่กลับมีน้ำหนักที่เบา ทนทานต่อการใช้งานและให้ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วและความปลอดภัยของข้อมูลตลอดระยะเวลาที่เดินทาง ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สะดวกต่อการพกพา มีความทนทาน ด้วยสไตล์สีดำที่ให้ความทันสมัยพร้อมกันชนที่ทำจากยาง รวมถึงวงแหวนที่ออกแบบมาสำหรับการคล้องกับกระเป๋า

SanDisk Extreme 900 SSDs จะวางจำหน่ายในช่วงเดือนธันวาคม ด้วยความจุขนาด 480 GB 960GB  และ 1.92TB  ในราคา18,500 บาท 27,500 บาท และ 45,500 บาท ตามลำดับ พร้อมการรับประกัน 3 ปี

SanDisk SSD PLUS – ก้าวแรกสู่โลก SSD
SanDisk SSD Plus เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้โน้ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ระบบการทำงานของเครื่อง โดยให้ความเร็วในการอ่านข้อูมลอย่างต่อเนื่องสูงสุดถึง 520 MB/วินาที**  จึงสามารถบูทเครื่อง เข้าโปรแกรม ถ่ายโอนข้อมูล และเล่นเกมส์ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน ความทนทานต่อแรงสั่นสะเทือน** นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อีกมากมายรองรับไฟล์ขนาดใหญ่ โปรแกรม ไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เพลง เกมส์ และอีกมากมาย โดยผลิตภัณฑ์มีวางจำหน่ายในความจุขนาด 120 GB และ 240 GB**

SanDisk SSD Plus พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั่วโลก ด้วยความจุขนาด 120 GB และ 240 GB ในราคา 1,850 บาท และ3,150 บาท ตามลำดับ พร้อมการรับประกัน 3 ปี

SanDisk Ultra II SSD – ให้คุณใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็มที่ ด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้น
SanDisk Ultra II SSD ได้รับการพัฒนาด้านแผงวงจร SSD เพิ่มความคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อนำมาปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นได้ง่าย ทั้งยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่และพลังงาน นอกจากนี้ SanDisk Ultra II SSD ยังทำให้คอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น2 กว่าฮาร์ดดิสก์ตัวเก่ามากถึง 28 เท่า และช่วยประหยัดแบตเตอรี่3ได้มากขึ้นถึง 20พร้อมด้วยความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงถึง 550 MB/วินาที* และความเร็วในการเขียนข้อมูลสูงถึง 500 MB/วินาที*สามารถบูทเครื่องได้เร็วขึ้นพร้อมเพิ่มความเร็วในการเปิดใช้โปรแกรมต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นเทคโนโลยี X3 NAND Flash จึงทำให้ SanDisk Ultra II SSD มาพร้อมกับเทคโนโลยี nCache Pro 2.0 เทคโนโลยีเฉพาะที่ช่วยเพิ่มความเร็ว ความทนทาน                ทั้งยังทนต่อการสั่นสะเทือนที่เกิดจากการร่วงหล่นของตัวเครื่องโดยที่ข้อมูลยังคงปลอดภัยอยู่เช่นเดิม

SanDisk Ultra II SSD พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั่วโลก ด้วยความจุขนาด 120 GB 240 GB 480 GB และ 960 GB ในราคา2,350 บาท 3,650 บาท 6,500 บาท และ 12,500 บาท ตามลำดับ พร้อมการรับประกัน 3 ปี


SanDisk Extreme Pro SSD – ส่งมอบความรวดเร็วได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับนักออกแบบงานกราฟฟิกมืออาชีพ
SanDisk Extreme PRO® SSD มาพร้อมกับเทคโนโลยี nCache Pro ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับผู้รักการเล่นเกมส์ ผู้ที่จำเป็นต้องใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่บ่อยครั้งและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อต่างๆ ซึ่งมีความต้องการประสิทธิภาพในการทำงานขั้นสูง โดยได้ให้ความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงถึง 550 MB/วินาที และความเร็วในการเขียนข้อมูลสูงถึง 520 MB/วินาที ดังนั้น SanDisk Extreme PRO จึงเหมาะแก่การใช้งานด้านโปรแกรมกราฟฟิกและการเล่นเกมส์ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการจัดเก็บข้อมูลสูงถึง 1 TB พร้อมรองรับการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ของโปรแกรม เกมส์ หรือไฟล์ประเภทต่างๆ รวมถึงความรวดเร็วในการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง จนสามารถเปลี่ยนให้เครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดากลายเป็นอุปกรณ์หลักสำหรับการเล่นเกมส์ได้อย่างง่ายดาย

SanDisk Extreme PRO® SSD พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั่วโลก ด้วยความจุขนาด 240 GB 480 GB และ 960 GB ในราคา 4,850 บาท 9,250 บาท และ 17,500 บาท ตามลำดับ พร้อมการรับประกัน 10 ปี

เกี่ยวกับแซนดิสก์ (SanDisk)
แซนดิสก์ คอร์เปอเรชั่น (NASDAQ: SNDK) ซึ่งเป็นบริษัทที่ติดอันดับ Fortune 500 และ S&P 500 เป็นผู้นำเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลชระดับโลก ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปี แซนดิสก์ได้ขยายรูปแบบของการจัดเก็บข้อมูลด้วยนวัตกรรมที่เชื่อถือได้ ซึ่งช่วยเปลี่ยนแปลงวงการอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์ ปัจจุบันโซลูชั่นที่ล้ำสมัยและมีคุณภาพของแซนดิสก์ถือเป็นหัวใจสำคัญของศูนย์ข้อมูล (data center) ใหญ่ๆ หลายแห่งทั่วโลกและยังเป็นชิ้นส่วนสำคัญในสมาร์ทโฟน เเท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย ผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดผู้บริโภคของแซนดิสก์มีวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกหลายแสนแห่งทั่วโลก อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sandisk.com












Indorama Ventures Announces Eco-friendly Competition for Young Designers


From left to right;
  1. Mr. Apiwat Yosprapanm, Style Editor of Praew Magazine)
  2. Mr. Adisak Rojsiriphan, Designer of the brand Zenithorial and lecturer at Srinakharinwirot University and Bangkok University
  3. Ms. Jarupatara Archawasmith, Lecturer at Faculty of Architecture, King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang)
  4. Mr. Richard Jones, Vice President of Indorama Ventures
  5. Ms. Aradhana Lohia, Representing Indorama Ventures
  6. MS.Maryse Kraatz, Director of Retail Development of Another Story
  7. Asst. Prof. Dr. Singh Intrachooto, Head of the Building Innovation and Technology Program at Kasetsart University’s Faculty of Architecture
  8. Mr.Chaiyong Ratana-Angkura, Editor from Wallpaper Magazine
  9. Mr. Narita Lert-utsahakul, D.I.Y. Artist / Designer

Bangkok, Thailand, 21 October 2015: Under the theme ‘Life Is Play, Show Your Passion’, Indorama Ventures has kicked off its RECO Young Designers’ Competition aimed at creating designs utilizing recycled materials.

RECO is derived from the three Rs concept (reducing, reusing and recycling) and the word ECO and is the basis for the whole contest. The aim is to create awareness for the creative use of waste and used materials.

“As an industry leader, the company is committed to looking for ways to reduce and reuse waste from the industry.” said Mr. Richard Jones, Vice President of Indorama Ventures.

“This is an opportunity for Thai students from colleges and design institutes to show off their creativity in designing fashion and other products using recycled polyester or PET materials. Realizing the power and creative ideas of the younger generation, IVL initiated an idea to support college students and the new generation of designers to create fashion and product design using recycled PET and polyester. Moreover, IVL would like these designers for the environment to have a stage upon which they can present their work and build their career,” he added.

Ms. Aradhana Lohia, representing Indorama Ventures, said “This project aims not only to support young designers to unleash the power of their creative ideas, but also to encourage the new generation to strive to become design initiators themselves and to carry this inspiration on to the next generation. Hopefully, this will open the door for work that helps build and develop their career and lead to greater job opportunities in the future. Thus, this is a project that truly adds value to society.”

For this event, there will be a special talk about design trends with highly-regarded guests in the design industry who will also be the judges for the competition: Leng-Adisak Rojsiriphan, fashion designer & owner of Zenithorial; Jarupatara Archawasmith, Lecturer at the Faculty of Architecture, King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang; and Asst. Prof. Dr. Singh Intrachooto, Head of the Building Innovation and Technology Program at Kasetsart University’s Faculty of Architecture. Exclusively this year, Maryse Kraatz, Director of Retail Development of Another Story, is attending the event as our special guest and she will share her experience of retail development with all applicants.

The winner of the competition wins a first prize of 100,000 baht while second and third receive 30,000 and 20,000 baht respectively.

For more details on the competition please go to www.indoramaventures.com and www.facebook.com/recoyoungdesigner  
        

แสตมฟอร์ด เปิดแคมปัสใหม่เพื่อคนทำงาน ใจกลางกรุงเทพมหานคร


จากซ้ายไปขวา:
·        ดร.อภิเทพ แซ่โค้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ บัณฑิตวิทยาลัย และคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด
·        มร. จิลลส์ มาเฮ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือข่ายมหาวิทยาลัยนานาชาติ ลอรีเอทประเทศไทย
วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558กรุงเทพมหานคร – มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ยกระดับการศึกษาสำหรับคนวัยทำงานไปอีกขั้น กับการเปิดแคมปัสใหม่ ณ สี่แยกอโศก ใจกลางกรุงเทพมหานคร เพื่อมอบทางเลือกหลักสูตรที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของคนวัยทำงาน ในหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติและหลักสูตรภาษาไทย ในอัตราค่าเล่าเรียนที่ไม่สูงอย่างที่คิด เพียง 240,000 บาท สำหรับหลักสูตรไทย และ 345,000 บาท สำหรับหลักสูตรนานานาชาติ
ซึ่งแคมปัสใหม่ใจกลางอโศกนี้ ให้บริการทางการศึกษาด้วยการออกแบบใหม่ล่าสุดตอบโจทย์การศึกษาสมัยใหม่ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบตามวัตถุประสงค์และความต้องการของทั้งผู้สอนและผู้เรียนทั้งในการเรียนเต็มเวลา การเรียนระหว่างสุดสัปดาห์  การเรียนช่วงเย็นในระหว่างสัปดาห์  รวมทั้งการเรียนทุกที่ ทุกเวลาผ่านระบบบริหารการศึกษาออนไลน์ หรือแม้กระทั่งรูปแบบการเรียนใหม่ล่าสุดที่ผสานการศึกษาในห้องเรียนเข้ากับระบบการเรียนบนห้องเรียนออนไลน์ ทำให้หลักสูตรการสอนที่มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดเป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นในเรื่องเวลามากที่สุดในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นไปที่คนวัยทำงานที่ต้องการความก้าวหน้าทางด้านอาชีพและการงาน ซึ่งหลักสูตรใหม่นี้ได้รับการพัฒนามาจากการศึกษาพฤติกรรมของผู้เรียน การทดลองใช้จริง และการนำเอากลยุทธ์ที่ได้รับการพัฒนาแล้วมาต่อยอด โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกในประเทศไทยที่เป็นพันธมิตรร่วมกับ Blackboard ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่มีระบบสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยมีรางวัล Blackboard Catalyst Award 2014 ในสาขานวัตกรรมอุปกรณ์การเรียนการสอนแบบผสมผสานที่มีความทันสมัย เป็นเครื่องยืนยันความเป็นสื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพสูง โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นอันดับหนึ่งจาก 85 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังได้นำจุดเด่นของนวัตกรรมการเรียนแบบผสมผสานไปประยุกต์ใช้ในโครงสร้างหลักสูตรสองภาษาในระดับปริญญาตรีเพื่อความเป็นเลิศของผู้เรียน
มร. จิลลส์ มาเฮ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือข่ายมหาวิทยาลัยนานาชาติ ลอรีเอทประเทศไทย กล่าวว่า เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการเปิดการเรียนการสอนที่แคมปัสใหม่ในครั้งนี้ โดยมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ศูนย์การศึกษาอโศกแคมปัส มุ่งเน้นออกแบบและพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนได้ง่าย และสามารถจัดสรรเวลาให้เหมาะกับตนเองได้อย่างลงตัว เพื่อตอบสนองความต้องการของคนวัยทำงานที่กำลังมองหาหลักสูตรปริญญาโท เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาตนเอง และอาชีพการงาน นอกจากนี้หลักสูตรของมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ยังมีคณาจารย์ผู้มากความสามารถและประสบการณ์มาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ในชั้นเรียน ซึ่งเป็นความร่วมมือจากพันธมิตรมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับสากล ในเครือข่ายมหาวิทยาลัยนานาชาติ ลอรีเอท ซึ่งเปิดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาทั่วโลกกว่าหนึ่งล้านคน ใน 28 ประเทศ อาทิ มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล (หลักสูตรออนไลน์) สหราชอาณาจักร และมหาวิทยาลัยวอลเดน สหรัฐอมเริกา เป็นต้น”

ในสองปีที่ผ่านมา เราได้มอบทางเลือกการเรียนรู้และบริการทางการศึกษาใหม่ๆมากมายให้คนไทย ไม่ว่าจะเป็นวิทยาเขตกรุงเทพแห่งแรกที่ถนนพระรามเก้า หลักสูตรปริญญาตรีสองภาษาที่วิทยาเขตพระรามเก้าและหัวหิน หลักสูตรที่ร่วมออกแบบกับบริษัทชั้นนำ ตลอดจนสถานที่และสื่อการสอนรูปแบบใหม่ที่เอื้อต่อบรรยากาศการเรียนรู้แบบนานาชาติที่มีคุณภาพ ทั้งหมดนี้เกิดจากการที่แสตมฟอร์ดเป็นสถาบันที่เน้นให้นักศึกษาเป็นศูนย์กลาง เราได้ตั้งมาตรฐานการเรียนรู้ไว้ในระดับดีเลิศเพื่อมอบประสบการณ์และคุณค่าที่เหนือความคาดหวังของทั้งนักศึกษาและองค์กรที่จะรับบัณฑิตของเราทำงานต่อไปในอนาคต นอกจากนี้เรายังเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งพัฒนาการเรียนการสอนให้มีความหลากหลายในวัฒนธรรมมากที่สุดในประเทศโดยเรามีสัดส่วนนักศึกษาต่างชาติกว่า 40 เปอร์เซนต์ และคณาจารย์ชาวต่างชาติกว่า 70 เปอร์เซนต์ จากทั่วโลก ซึ่งจะช่วยพัฒนาให้นักศึกษามีความพร้อมในการทำงานไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก

ดร.อภิเทพ แซ่โค้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ บัณฑิตวิทยาลัย และคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด กล่าวเสริมจาก มร.มาเฮ ว่า หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต หรือ MBA  ของแคมปัสใหม่นี้จะช่วยให้คนวัยทำงานสมารถเลือกแผนการเรียนของตัวเองได้เพื่อให้สนองต่อการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา

สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้แบบอินเตอร์แอคทีฟระหว่างคณาจารย์และนักศึกษาโดยตรงอีกทั้งเปิดช่องทางการเรียนรู้ให้นักศึกษาเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และกรณีศึกษาระดับโลกอย่าง Harvard Business Review สื่อการเรียนแบบ Multimedia และแหล่งเรียนรู้อื่นๆจากทั่วโลกผ่านเครือข่ายทางการศึกษาลอรีเอท และอื่นๆอีกมากมาย จุดเด่นของการเรียนปริญญาโทที่แสตมฟอร์ดคือการที่นักศึกษาสามารถเข้าถึงและโต้ตอบกับกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งในระบบออนไลน์ และในชั้นเรียนที่น่าสนใจและน่าติดตาม

ศูนย์การศึกษาอโศกแคมปัส จะเริ่มเปิดการเรียนการสอนที่อาคารเอ็กซ์เชนจ์ ทาวเวอร์ ตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2558 โดยผู้เรียนสามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะผ่านทางรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที นอกจากนี้ห้องเรียนและบริเวณโดยรอบของแคมปัสได้ถูกตกแต่งให้ออกมาได้อย่างลงตัวทั้งความสวยงาม  ความทันสมัย  และพื้นที่ใช้สอยในการเรียนการสอน นอกจากนี้หลักสูตรถูกออกแบบโดยคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์ในอุตสาหรรมต่างๆ เพื่อสร้างมหาบัณฑิตคุณภาพที่เป็นเลิศทั้งทักษะที่โดดเด่นและคอนเน็คชั่นทางธุรกิจในอนาคต

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้การรับรองโดย สถาบัน International Assembly for Collegiate Business Education (IACBE) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำในการรับรองคุณภาพการศึกษาระดับนานาชาติทั้งในภาควิชาการและความเป็นเลิศทางการศึกษาด้านบริหารธุรกิจโดยให้นักเรียนเป็นจุดศูนย์กลางของการเรียนรู้ทั้งในระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย



มูลนิธิอิออนประเทศไทย มอบอุปกรณ์กีฬาและการศึกษาแก่สภากาชาดไทย




เมื่อเร็วๆนี้ คุณสุพร วัธนเวคิน รองประธานกรรมการมูลนิธิอิออนประเทศไทย มอบอุปกรณ์กีฬา คอมพิวเตอร์ และตู้กดน้ำดื่ม รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,802,946.25 บาท โดยมีพลโท นายแพทย์ อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทยเป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำไปให้กับโรงเรียนและชุมชนที่ขาดแคลนทั่วประเทศ เป็นการเพิ่มโอกาสการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิต

รีโค่ ยัง ดีไซเนอร์ เวทีโชว์ไอเดียงานดีไซน์รักษ์โลก



กรุงเทพ ฯประเทศไทย – 14 ตุลาคม 2558 : มร.ริชาร์ด โจนส์ (ที่ 4 จากซ้ายรองประธาน บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชนและคุณอาราธนา โลเฮีย (ที่ 5 จากซ้ายตัวแทนจากบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด(มหาชน) พร้อมด้วยกูรูและดีไซเนอร์ชื่อดังที่ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวดฯ อาทิ คุณเล้ง อดิศักดิ์ โรจน์ศิริพันธ์ เจ้าของแบรนด์ Zenithorial  คุณมาริส คราส ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจร้าน Another Story                                   ผศดร. สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์ปฎิบัติการออกแบบจากเศษวัสดุ (Scrap Labสาขาวิชาเทคโนโลยีทางอาคาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคุณณฤต  เลิศอุตสาหกูลดีไซเนอร์ นักออกแบบ D.I.Y ชื่อดังของไทย เป็นต้น ร่วมเปิดตัวโครงการประกวดออกแบบ รีโค่ ยัง ดีไซเนอร์ ประจำปี2559 (RECO Young Designer 2016) เวทีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาและกลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุตั้งแต่ 17 - 35 ปีทั่วประเทศ ได้โชว์ไอเดียในคอนเซ็ปต์การใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน “Life is Play: Show Your Passion” ซึ่งแบ่งเป็น 2สาขา ได้แก่ สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ และสาขาออกแบบแฟชั่น เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขัน สามารถเข้าชมได้ที่ www.indoramaventures.com และwww.facebook.com/recoyoungdesigner 


เกี่ยวกับ อินโดรามา เวนเจอร์ส
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย (ตัวย่อใน Bloomberg คือ IVL. TB) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีชั้นนำระดับโลก มีเครือข่ายและฐานการผลิตครอบคลุมภูมิภาคแอฟริกา เอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นและและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ประเภทโพลีเมอร์ เส้นใยและบรรจุภัณฑ์ บริษัทฯ มีการใช้วัตถุดิบที่ผลิตเองภายในบางส่วน ได้แก่เอทิลีนออกไซด์/ เอทิลีนไกลคอลและ PTA ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ มีการจัดจำหน่ายให้แก่ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นทั่วโลก เช่น ผู้ผลิตเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยและความปลอดภัย IVL มีพนักงานประมาณ 14,000 คนทั่วโลกและมีรายได้รวมอยู่ที่ 7.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ณ ปี 2557
loading...

Facebook

นิยม

บทความ

loading...